เกาหลีเหนือปิดสถานทูตตามคำสั่งของมาเลเซีย

นักการทูตทั้งหมดของเกาหลีเหนือเดินทางออกจากมาเลเซีย ตามคำสั่งเนรเทศของรัฐบาลในกรุงกัวลาลัมเปอร์ หลังรัฐบาลเปียงยางตัดสัมพันธ์กับมาเลเซีย จากกรณีการส่งตัวพลเมืองเกาหลีเหนือให้สหรัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ว่า รถบัสโดยสาร 2 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่การทูตของเกาหลีเหนือและสมาชิกในครอบครัว เดินทางออกจากสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนครบกำหนด 48 ชั่วโมง ตามคำสั่งของรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
 
แม้ไม่มีการเปิดเผยว่า คณะนักการทูตของเกาหลีเหนือและสมาชิกในครอบครัวเดินทางด้วยเที่ยวบินของสายการบินใด แต่แหล่งข่าวในท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ให้ข้อมูลว่า เป็นการเดินทางกลับกรุงเปียงยาง โดยเปลี่ยนเที่ยวบินที่นครเซี่ยงไฮ้ของจีน
 
อนึ่ง ก่อนที่ประตูของสถานเอกอัครราชทูตและธงชาติเกาหลีเหนือจะถูกเชิญลงจากยอดเสาอย่างเป็นทางการ นายคิม ยู-ซอง อุปทูตเกาหลีเหนือประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ แถลงหน้าสถานเอกอัครราชทูต ประณามรัฐบาลมาเลเซีย “เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมที่ไม่สามารถให้อภัยได้” โดยเป็นประโยคเดียวกับที่ปรากฏอยู่ในแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศในกรุงเปียงยาง ซึ่งเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
 
ขณะเดียวกัน นายคิมยังกล่าวถึงมาเลเซีย “เป็นประเทศบริวารของสหรัฐ” และสมคบคิดกับนโยบายข่มขู่คุกคามของอีกฝ่าย “เพื่อโดดเดี่ยวและกดดัน” รัฐบาลเปียงยาง ด้วยการส่งตัวพลเมืองเกาหลีเหนือให้กับสหรัฐ ซึ่งถือเป็นการทำลายพื้นฐานความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการให้เกียรติ และการเคารพอธิปไตยซึ่งกันและกัน
 
ทั้งนี้ ศาลฎีกาในกรุงกัวลาลัมเปอร์ มีคำพิพากษาเมื่อต้นเดือนนี้ เนรเทศนายมุน ชอล-มยอง ชายสัญชาติเกาหลีเหนือ ให้แก่สหรัฐตามข้อตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจากรัฐบาลวอชิงตันต้องการตัวนายมุนไปดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงิน

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศในกรุงกัวลาลัมเปอร์ออกแถลงการณ์ แสดงความเสียใจที่เกาหลีเหนือประกาศยุติความสัมพันธ์ ซึ่งมีการสถาปนาเมื่อปี 2516 และยืนยันว่า การส่งตัวนายมุนเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม หลักนิติธรรม และขอบเขตอำนาจตุลาการของมาเลเซีย